| |
"พระร่วงนั่ง หลังลิ่ม"
กรุวัดช้างล้อม
เมืองศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย
นักนิยมพระเครื่องสมัยก่อนนั้น มักนิยมพกพาพระกรุโบราณเป็นพระเครื่องคู่กายเสมอ
เพราะเป็นที่ยอมรับกันว่า ล้วนแล้วแต่มีพระพุทธคุณที่เชื่อได้ว่า
"แคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพันได้จริง" ในอดีตเรื่องพุทธคุณของพระเครื่องจึงนำหน้ามาก่อนเรื่องพุทธศิลป์
หรือความเป็นวัตถุโบราณคนรุ่นเก่าไม่คำนึงถึงความสวยงาม
แต่จะภูมิใจกับคำเล่าขานจากประสบการณ์ของพุทธคุณที่ได้สัมผัสมามากกว่า
พระเครื่องกรุโบราณดัวกล่าว จึงได้รับความนิยมสูง โดยได้มีการจัดแบ่งหมวดหมู่เป็น
ประเภทพระยอดขุนพล ซึ่งหมายถึงพระเครื่องที่มีพุทธคุณเด่นดังทางด้านนี้โดยเฉพาะ
ในจำนวนพระยอดขุนพลเนื้อชินที่พุทธคุณยอดเยี่ยมสูงส่ง และได้รับความนิยมอันดับต้น
ๆ มาตั้งแต่อดีตหนึ่งในนั้นก็คือ พระร่วงนั่ง หลังลิ่ม กรุวัดช้างล้อม
เมืองศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งแม้จะไม่ได้ถูกจัดเป็น 1
ใน 5 อันดับพระยอดขุนพลเนื้อชิน ของวงการพระเครื่องปัจจุบัน
แต่ด้วยกิตติศัพท์ความโด่งดังในด้านพุทธคุณผนวก กับความงดงามในเชิงศิลปะ
ทำให้ค่านิยมในแวดวงนักสะสม สำหรับพระร่วงนั่ง หลังลิ่ม
ดูจะไม่น้อยหน้าพระเนื้อชินยอดนิยมองค์อื่น ๆ เลย
วัดช้างล้อม อันเป็นที่กำเนิดพระร่วงนั่งหลังลิ่มนี้ ตั้งอยู่กลางเมืองศรีสัชนาลัย
ซึ่งเป็นเมืองโบราณมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี
ความสำคัญของวัดช้างล้อมนี้ เดิมนักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นวัดที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมธาตุ
ตามที่กล่าวไว้ในศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่ว่า "1207 ศกปีกุน
(พ.ศ. 1828) ให้ขุด เอาพระธาตุออก ทั้งหลายเห็น กระทำบูชาบำเรอแก่พระธาตุได้หกวัน
จึงฝังลงกลางเมืองศรีสัชนาลัย ก่อพระเจดีย์เหนือหกเข้าจึงแล้วตั้งเวียงผาล้อม
สามเข้าจึงแล้ว" ซึ่งการศึกษา ทางโบราณคดีในเวลาต่อมาพบว่า
น่าจะเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยของพระยาลิไทมากกว่า แต่ไม่ว่าวัดนี้จะสร้างสมัยใดก็ตาม
เมื่อพิจารณาจากตำแหน่งที่ตั้งและลักษระทาง สถาปัตยกรรมแล้ว
เชื่อแน่ว่าจะต้องเป็นวัดที่มีบทบาทและความสำคัญอย่างยิ่ง
ดังนั้นพระร่วงนั่งหลังลิ่มซึ่งประดิษฐานภายในกรุเจดีย์วัดช้างล้อม
จึงต้องเป็นพระมีตำนานการ สร้างที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากพระเครื่องในกรุประจำเมืองอื่น
ๆ ที่เคยกล่าวมา
พระร่วงนั่งหลังลิ่ม แตกกรุออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2480 และแตกอีกครั้งในปี
2495 เหตุที่เรียกพระพิมพ์นี้ว่าพระร่วงนั่งหลังลิ่มนั้น
น่าจะมาจากการสังเกตรูปแบบและสิ่งแวดล้อม ใกล้ตัว ด้วยลักษณะพิเศษของแม่พิมพ์ด้านหลังขององค์พระที่ทำเป็นร่องเว้าลึกลงไปคล้ายลิ่มสกัด
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพระพิมพ์นี้ จึงเรียกกันว่าพระร่วงนั่งหลังลิ่มตาม
ลักษณะเด่นดังกล่าวนั่นเอง
พระร่วงนั่งหลังลิ่ม เป็นพระเนื้อชิน ขนาดเล็กกะทัดรัด ความสูงจากฐานถึงยอดประมาณ
3 - 3.5 เซนติเมตร พุทธลักษณะ เป็นพระประทับนั่งปางมารวิชัยบนฐานเขียง
ลักษณะการประทับนั่งดูสง่าผ่าเผยและน่าเกรงขามเพราะเป็นพระในศิลปะแบบอู่ทองสุวรรณภูมิ
หรืออู่ทองลพบุรี สักษณะสำคัญคือ พระเกศทำเป็นแบบฝาละมี
ไม่แสดงเส้นผม มีเส้นกรอบไรพระศกชัดเจน ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของพุทธศิลป์แบบอู่ทองที่จะขาดเสียไม่ได้
พระพักตร์กลมป้อม คางกลมรีรูปไข่ พระกรรณสองข้างยาวแนบติดพระพักตร์
พระเนตรนูนและหลุบต่ำในลักษณะหลับตา โหนกแก้มทั้งสองข้างเน้นโดยทำให้นูนสูง
เป็นพิเศษ และกระพุ้งแก้มตอบลงทำให้ส่วนของพระหนุงอนขึ้นเล็กน้อย
ซึ่งเป็นลักษณะของคนแก่ หรือที่เรียกกันว่าพระอู่ทองหน้าแก่
นั่นเอง
สัง ฆาฏิสั้นเหนือราวนมลากมาชนรักแร้พอดี
ทรวดทรงองค์เอวสูงชะลูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เป็นพระอุทรนั้น
แสดงกล้ามเนื้อท้องนูนสูงเป็นสองลอน จากหัวไหล่ ถึงข้อศอกเรียวลักษณะคล้ายผู้หญิง
พระกรซ้ายเรียวไล่ลงมาวางบนพระเพลาส่วนของพระหัตถ์จมลง พระกรขวาเรียวเรื่อยลงมาจับที่เข่านอกเห็นนิ้ว
3 นิ้ว
ข้อสังเกตสำหรับพระร่วงนั่งหลังลิ่ม คือ ตรงช่วงลำพระองค์กับพระกรซ้ายจะเป็นช่องทะลุเป็นส่วนใหญ่
นอกจากองค์ที่เทหนาเท่านั่นที่จะเต็มสมบูรณ์
นอกจากมีด้านหลังเป็นร่องลึกเหมือนกับลิ่มสกัดดังที่กล่าวมาแล้วนั้นยังปรากฏรอยเสี้ยนไม้ดังกล่าวนี้
จะเป็นเส้นตรงสองเส้นวิ่งขนานกันมาจากยอดพระเกศ แล้วข้ามเส้น
ขวางที่ชัดเจนมาจดที่รอยลิ่มด้านบนสุด แล้วด้านบนสุดของลิ่มจะเป็นรอยที่คมลึก
และขอบของรอยลิ่มทั้งสองข้างจะต้องเป็นรอยลึกและชอนเข้าไปภายในอีกด้วย
มีผู้สันนิษฐานว่าการ สร้างพระร่วงนั่งหลังลิ่มจะมีลักษณะการเทหล่อแบบเดียวกับการเทพระบูชา
ใช้ชนวน 3 ชนวน ดังจะเห็นรอยตัดชนวนชัดเจน
พระร่วงนั่งหลังลิ่ม เป็นพระที่ค่อนข้างจะบอบบางโดยเฉพาะส่วนพระศอซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มักมีรอยแตกปริ
หรือไม่ก็หักชำรุดเสียเป็นส่วนใหญ่ พระสวยสมบูรณ์พระศอไม่
หักนันค่อนข้างหาได้ยากยิ่งจริง ๆ
พระร่วงนั่งหลังลิ่ม เป็นพระเนื้อชินเงิน บางองค์ที่สภาพสมบูรณ์จะมีพรายปรอทสีขาวหม่น
ๆ และมีคราบไขสีน้ำตาลแทรกแซมเป็นเกล็ดในผิวปรอทดูเป็นธรรมชาติที่กลมกลืน
ส่วนองค์ที่ไม่สมบูรณ์จะปรากฏรอยผุระเบิดของชินเงิน และมีสนิมกัดกินผิวที่เรียกว่าสนิมขุมมีสีดำจัด
นอกจากกรุวัดช้างล้อม เมืองศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นกรุแรกที่พบเล้วต่อมายังได้พลที่กรุแก่งสาระจิต
ซึ่งจะเป็นพระที่มีผิวปรอทมากกว่ากรุวัดช้างล้อม และยังมีกรุเขาพนมเพลิงอีกด้วย
แต่เป็นแบบหลังตัน ส่วนพระพุทธคุณนั้น พระร่วงนั่งหลังลิ่มมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านแคล้วคลาดคงกระพันชาตรีและเมตตามหานิยม
ปัจจุบันเป็นพระที่หาได้ยากและค่านิยมในการเช่าบูชาสูง ส่งยิ่ง
ศิลปะ วิชาการ โบราณศิลป์ (ฐานเศรษกิจ) |