Sukhothai
Infomations English |
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ใครใคร่ค้าม้าค้า แผ่นดินของเรา อุดมสมบูรณ์
มรดกล้ำเลิศ กำเนิดลายสือไทย เล่นไฟลอยกระทง
ดำรงพุทธศาสนา งามตาผ้าตินจก สังคโลกทองโบราณ สักการะแม่ย่า
พ่อขุน รุ่งอรุณแห่งความสุข
Area of 4569.96 square kilometres, is about 440 kilometres
north of Bangkok
The province is subdivided in 9 districts (Amphoe). These
are further subdivided into 86 communes (tambon) and 782
villages (mubaan). Mueang Sukhothai Ban Dan Lan Hoi ,
Khiri Mat , Kong Krailat , Si Satchanalai , Si Samrong
, Sawankhalok , Si Nakhon
Thung Saliam |
|
สุโขทัย เป็น ราชธานีแห่งแรกของเมืองไทย มีอายุเก่าแห่มากกว่า
700 ปี พญาพาลีราช ทรงสร้างเมื่อ พ.ศ. 1043 ในอดีตสุโขทัยเคยตกอยู่ใน
อำนาจของขอมมาก่อน พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ยึดอำนาจจากขอมได้
และตั้งตัวเป็นกษัตริย์ในปี พ.ศ. 1800 มีดินแดนกว้างขวงมาก
ถึงหลวงพระบาง ทิศตะวันออกถึงเวียงจันทร์ ทิศตะวันตกถึงหงสาวดี
ทิศถึงนครศรีธรรมราช ตลอดจนถึงแหลมมาลายู สุโขทัยเริ่มเสื่อมอำนาจในช่วงปี
พ.ศ. 1873 รัชสมัยพระเจ้าเลอไท และตกเป็นประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา
ในรัสมัยของพระเจ้าไสลือไทในปี พ.ศ. 1922แต่ยังมีกษัตริย์ปกครอง
ในฐานะเจ้าประเทศราช จนถึงปี พ.ศ.1963 เสมเด็จพระมหาธรรมราชาที่
4 กษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุงสุโขทัยสวรรคต สุโขทัยจึงรวมเข้าเป็นแผ่นดินเดียวกับ
กรุงศรีอยุธยา
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดแพร่ ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดกำแพงเพชร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศตะวันตก ติดต่อจังหวัดตาก และจังหวัดลำปาง
สภาพทั่วไปเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน บางตอนเป็นภูเขาหินมีหน้า
ผาสูงทางทิศตะวันตกของพื้นที่ซึ่งเป็นภูเขาสูง เช่น ดอยแม่วังช้าง
ดอยแม่ มอก มีแนวติดต่อกันจากเหนือจรดใต้ ลักษณะเป็นรูปปีกกาล้อมรอบพื้นที่
เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยทรายขาว ห้วยแม่ท่าแพ
ห้วย แม่สาน ห้วยผาจ่อ และห้วยมะนาว เป็นต้น มีที่ราบตามริมห้วยบ้างและ
บริเวณริมฝั่งแม่น้ำยม อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย มีลักษณะอากาศคล้ายคลึงกันกับท้องถิ่น
ใกล้เคียงของจังหวัดในภาคเหนือ สภาพอากาศในฤดูร้อนค่อนข้างร้อน
ฤดูฝนจะมีฝนตกชุก และฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวจัด โดยเฉพาะระหว่างเดือน
ธันวาคม - กุมภาพันธ์ สภาพป่าส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้น
ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา มีพันธุ์ไม้ได้แก่ ไม้ยาง ตะเคียน
มะม่วงป่า แดงน้ำ ไม้ก่อต่างๆ ไม้พื้นล่างได้แก่ ไผ่ซาง
หวาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีป่าโปร่ง ทุ่งหญ้า ป่าสน และป่าสัก
กระจายอยู่ทั่วไปบ้างเล็กน้อย มีพันธุ์ไม้ได้แก่ ตะแบก
กะบาก มะค่าแดง เสลา อ้อยช้าง ส้าน สมพง สน 2 ใบ สัก ฯลฯ
สัตว์ป่าจะอยู่ตามห้วยต่างๆ และตามหุบเขาเนื่องจากมีน้ำ
และอาหารสมบูรณ์ประกอบด้วย กวาง เก้ง กวางผา เลียงผา หมูป่า
อีเห็น เม่น ลิง ค่าง ชะนี กระจง หมี ไก่ป่า และที่มีจำนวนน้อยลงแล้วคือ
ช้าง กระทิง น้ำตกตาดดาว มีต้นกำเนิดจากห้วยแม่ท่าแพ ตกผ่านหน้าผา
สูงประมาณ 30 เมตร มีถึง 3 ชั้น เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก
ชั้นล่างสุดเป็นแอ่ง น้ำลึก น้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ
ประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกตาดเดือน เป็นน้ำตกที่สูงประมาณ
10 เมตร ลำน้ำไหลคดเคี้ยว ตกลงแอ่งน้ำลึก สามารถลงเล่นน้ำได้
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เพียง 500 เมตร โป่งน้ำเดือด
อยู่ห่างจากบ้านป่าคาประมาณ 500 เมตร น้ำใสสะอาด มีลักษณะเหมือนน้ำเดือดตลอดเวลา
แต่มีกลิ่นคล้ายแก๊สไข่เน่าระเหยออก มาด้วย นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามน่าสนใจอีกหลายแห่ง
เช่น ถ้ำค้างคาว ถ้ำธาราวสันต์ น้ำตกห้วยทรายขาว และน้ำตกห้วยผาจ่อ
และจุดชม วิวเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามบน สันป่าคา หลวงดอยแม่วังช้าง
จากตัวจังหวัดสุโขทัย เดินทางไปตามเส้นทางสวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย
ระยะทางประมาณ 68 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปตามถนน สายอำเภอศรีสัชนาลัย-บ้านแก่ง-ห้วยหยวก
ระยะทางประมาณ 41 กิโลเมตร ก่อนถึงบ้านห้วยหยวกประมาณ
5 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ อีกประมาณ 2
กิโลเมตรก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 7 หลัง ดังนี้ ชื่อบ้าน
คน/ห้อง ราคา/คืน ริมธาร 8/2 800 บาท ตาดฤาษี 1 , 2 4/1
300 บาท ราชพฤกษ์ 1,2,3,4 4/1 300 บาท ขอทราบรายละเอียดและสำรองที่พักได้ที่งานบริการบ้านพัก
ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
กรมป่าไม้ โทร.055 5797223 , 055 5795734 หรือ 055 5674292
- 4 ต่อ 724 , 725 หรือติดต่อที่อุทยานแห่งชาติโดยตรง
เครื่องสังคโลก
เป็นเครื่องสังคโลกที่ทำเลียนแบบของเดีมได้เหมือนจริงและงดงามมาก
เหมาะเป็นสินค้าที่ระลึก อย่างยิ่ง อีกทั้งราคายังย่อมเยา
เครื่องปั้นดินเผาทุ่งหลวง
อำเภอคีรีมาศ เป็นงานดินเผาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นหม้อรูปต่างๆ
มีลายฉลุ หรือเป็นรูปสัตว์
ทองโบราณ
สินค้าที่ระลึกที่มีชื่อเสียง คุณค่าสูงทั้งด้านวัตถุและฝีมือช่างของ
อ.ศรีสัชนาลัย ทำขึ้นใหม่จากฝีมือ คนท้องถิ่นโดยไม่ใช้เครื่องจักรใดๆช่วย
โดยทำเลียนแบบเครื่องประดับโบราณสุโขทัย เช่น สร้อยคอ
สร้อยข้อมือ กำไล ต่างหู แหวน เป็นต้น
เงินโบราณ
เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อสร้างงานและรายได้ให้แก่ชาวบ้าน
เป็นงานฝีมือแท้ๆ ที่ใช้ความประณีตในแต่ละขั้นตอน ทำเลียนแบบเครื่องทองโบราณ
หาชมได้ตามร้านเครื่องเงิน ในเขต อ. ศรีสัชนาลัย
ขนมเกลียว
เป็นของฝากประเภทขบเคี้ยวที่ขึ้นชื่ออีกชนิดหนึ่งของจังหวัดสุโขทัย
ทำจากแป้งหมี่ผสมไข่ ปรุงรส ด้วยพริกไทย เกลือ เคล้าให้เข้ากันก่อนจะนำมาปั้นเป็นเกลียว
ทอดกรอบ คลุกน้ำตาล มีรสหวาน หาซื้อได้ตามร้านขายของฝากทั่วไป
หรือสามารถติดต่อซื้อโดยตรงที่ ร้านครูแอ๊ว โทร. 055 612037
ร้านสุคนธา โทร. 055 612112
ถั่วทอด
เป็นของฝากขึ้นชื่อลือชาของ อ. ศรีสำโรง จนมีคนขนานนามว่า
"ถั่วทอดสองร้อยปี" เนื่องจากมีการ ถ่ายทอดสูตรดั้งเดิมจากรุ่นปู่ย่า
มาสู่รุ่นหลาน ทำจาก แป้งข้าวจ้าว แป้งหมี่ ไข่ กะทิ เกลือ
พริกไทย และกลอยหั่น นำส่วนผสมทั้งหมดเคล้าให้เข้ากัน
แล้วนำไปทอดจนเหลืองกรอบ
กล้วยอบเนย
เป็นของฝากของ อ. คีรีมาศ คล้ายกับขนมรังนกซึ่งใช้มันเทศแต่ดัดแปลงมาใช้กล้วยแทน
ทำมาจาก กล้วยน้ำว้าดิบปอกเปลือกซอยขวางเป็นชิ้นบางๆ ผึ่งลมไว้ครึ่งวันก่อนจะนำไปปรุงรสด้วยเกลือ
น้ำตาล และเนยครีม (คอฟฟี่เมท)
ผ้าหาดเสี้ยว
ในเขต อ. ศรีสัชนาลัย เป็นผ้าซิ่นตีนจกที่งดงามหลากหลายสี
เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เป็นฝีมือของ ชาวไทยพวนที่อพยพมาจากเมืองพวน
ทางตอนเหนือของเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว
ผลิตภัณฑ์หินอ่อน
ของอำเภอทุ่งเสลี่ยม มีของที่ระลึกและสินค้าประเภท เช่น
โต๊ะ เก้าอี้ แจกัน ที่เขี่ยบุหรี่
ภูมิศาตร์และเขตการปกครอง
จังหวัดสุโขทัยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 427 กิโลเมตร
มีเนื้อที่ทั้งหมด 6,596 ตารางกิโลเมตร สุโขทัยแบ่งการปกครองออกเป็น
9 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอกงไกรลาศ อำเภอคีรีมาศ
อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอบ้านด่านลานหอย อำเภอศรีสัชนาลัย
อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก และอำเภอศรีนคร
ศาลพระแม่ย่า
ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดสุโขทัย ถนนนิกรบำรุง (ริมน้ำยม)
ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมือง สุโขทัยทั่วไป เพราะศาลนี้เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระแม่ย่าและดวงพระวิญญาณของพ่อขุนรามคำ
แหงมหาราช รูปพระแม่ย่านี้ทำด้วยศิลาสลักแบบเทวรูป พระพักตร์ยาว
พระหนุเสี้ยม พระเกตุมาลา ยาวประดับเครื่องทรงแบบนางพญาสูงประมาณ
1 เมตร พระแม่ย่าองค์นี้สันนิษฐานว่าสร้างในสมัย พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
พระองค์ทรงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระมารดา คือนางเสือง
การที่เรียกว่า "พระแม่ย่า" นี้เพราะว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเรียกมารดาว่า
"พระแม่" และชาวเมืองสุโขทัย เคารพพ่อขุนรามคำแหงมหาราชเสมอด้วยบิดา
ดังนั้น จึงรวมเรียกพระมารดาของพระองค์ว่า "พระแม่ย่า"
ดังกล่าว แต่เดิมพระแม่ย่าประดิษฐานอยู่บนเขาพระแม่ย่าห่างจากตัวเมืองเก่า
ประมาณ 8 กิโลเมตร ตรงยอดเขามีเพิงหินเป็นผาป้องกันแดดฝน
ต่อมาชาวสุโขทัยได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ที่เมืองใหม่ โดยสร้างศาลขึ้นที่หน้าศาลากลางจังหวัดริมแม่น้ำยมดังเช่นปัจจุบัน
และมีการจัดงาน เฉลิมฉลองทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ เรียกว่า
"งานพระแม่ย่า"
ศาลตาผาแดง
เป็นศาสนสถานตามคติศาสนาฮินดู ก่อด้วยศิลาแลง ส่วนยอดหักพังลงหมด
รูปแบบทางสถาปัตยกรรม และประติมากรรมศิลาที่เป็นรูปเคารพเปรียบเทียบได้กับศิลปะในสมัยนครวัต
(ราว พ.ศ. 1650-1720) จัดเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเมืองสุโขทัย
เนินปราสาทพระร่วง
หรือเขตพระราชวัง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวัดมหาธาตุ
เป็นซากอาคารก่อด้วยอิฐ ขุดแต่ง บูรณะแล้ว มีฐานบัวโดยรอบทำด้วยปูนปั้น
สันนิษฐานว่าเนินแห่งนี้คือที่ตั้งของพระที่นั่ง หรือปราสาท
ที่ประทับของกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงที่ครองกรุงสุโขทัยในกาลก่อน
แต่องค์ปราสาทหาชิ้นดีไม่ได้แล้ว เพราะคงจะสร้างด้วยเครื่องไม้
เดี๋ยวนี้มีแต่ซากกระเบื้องมุงหลังคากระจัดกระจายทั่วไป
ณ เนินปราสาทแห่งนี้เองที่ได้ค้นพบศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงและพระแท่นมนังคศิลา
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 ตั้งอยู่ริมถนนจรดวิถีถ่องทางทิศเหนือของวัดมหาธาตุ
ลักษณะพระบรมรูป พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นพระบรมรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลืองผสมทองแดงรมดำ
ขนาด 2 เท่า ขององค์จริง สูง 3 เมตร ประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระแท่นมนังคศิลาบาตร
พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่าทรงสั่งสอนประชาชน
พระแท่นด้านซ้ายมีพานวางพระขรรค์ไว้ข้างๆ ลักษณะ พระพักตร์เหมือนอย่างพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยตอนต้น
ถ่ายทอดความรู้สึกว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มีน้ำพระทัยเมตตากรุณา
ยุติธรรมและเฉียบขาด ที่ด้านข้างมีภาพแผ่นจำหลักจารึกเหตุการณ์เกี่ยวกับ
พระราชกรณียกิจของพระองค์ตามที่อ้างถึงในจารึกสุโขทัย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
เป็นสถานที่รวบรวม และจัดแสดงศิลปโบราณที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีภายในเมืองสุโขทัย
และที่ประชาชนมอบให้ บริเวณพิพิธภัณฑ์จะแบ่งส่วนการแสดงโบราณวัตถุไว้เป็น
3 ส่วนคือ
1. อาคารลายสือไท 700 ปี เป็นอาคารใหม่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าอาคารใหญ่
เป็นที่จัดแสดงศิลป วัตถุสมัยสุโขทัย เช่น พระพุทธรูป
เครื่องใช้ ถ้วยชาม สังคโลก ศิลาจารึก ฯลฯ
2. อาคารพิพิธภัณฑ์ แบ่งออกเป็น 2 ชั้น แสดงศิลปวัตถุในยุคสมัยต่างๆ
มากมาย อาทิ พระพุทธรูป สำริด โอ่ง สังคโลก เครื่องศาสตราวุธ
เครื่องถ้วยชามสังคโลก เงินตรา ท่อน้ำระบบชลประทานสุโขทัย
ฯลฯ
3. พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จะอยู่ด้านนอกโดยรอบอาคารใหญ่
เป็นที่ตั้งแสดงศิลปะวัตถุโบราณต่างๆ อาทิ พระพุทธรูปศิลา
แผ่นจำหลัก รูปทรงอาคารไทยแบบต่างๆ เตาทุเรียงจำลอง
เสมาธรรมจักศิลา เป็นต้น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน
ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.
ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนละ 30 บาท กรณีเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อล่วงหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
ถนนจรดวิถีถ่อง ตำบลเมือง จังหวัดสุโขทัย 055 64210
โทร. 055 612167
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
เป็นอาคารทรงไทยสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ
ใกล้กับวัด พระพายหลวง เป็นศูนย์ให้ข้อมูลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมอุทยานประวัติ
ศาสตร์สุโขทัย รวมทั้งจัดแสดงแบบจำลองของโบราณสถานต่างๆ
ในเขตเมืองเก่าสุโขทัย นักท่องเที่ยว ควรเริ่มต้นชมอุทยานฯ
จากจุดนี้เพื่อจะได้เห็นภาพรวมของสุโขทัยในอดีต
แหล่งโบราณคดีเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย (เตาทุเรียง)
อยู่ใกล้วัดพระพายหลวงบริเวณแนวคูเมืองเก่าที่เรียกว่า
"แม่โจน" เป็นเตาเผาถ้วยชามสมัยสุโขทัย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่
18 ค้นพบเตาโดยรอบ 49 เตา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บริเวณคันคูแม่น้ำโจนด้าน
ทิศเหนือ 37 เตา ด้านทิศใต้ข้างกำแพงเมือง 9 เตา และด้านทิศตะวันออก
3 เตา เตาเผาเครื่องสังคโลก มีลักษณะคล้ายประทุนเกวียน
ขนาดกว้าง 1.50-2.00 เมตร ยาว 4.5 เมตร เครื่องปั้นดินเผาที่พบบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นประเภทถ้วยชามมีขนาดใหญ่
น้ำยาเคลือบขุ่นสีเทา แกมเหลือง มีลายเขียนสีดำ ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปดอกไม้
ปลา และจักร
- เขื่อนสรีดภงค์ หรือทำนบพระร่วง
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเมืองเก่า ทำนบนี้เป็นเขื่อนดิน (คันดิน)
สำหรับกั้นน้ำอยู่ระหว่างซอกเขาระหว่าง เขาพระบาทใหญ่และเขากิ่วอ้ายมา
เพื่อกักน้ำและชักน้ำไปตามคลองส่งน้ำมาเข้ากำแพงเมืองเข้า
สระตระพังเงิน ตระพังทอง เพื่อนำไปใช้ในเมืองและพระราชวังในสมัยโบราณ
ซึ่งปัจจุบันกรมชลประทานได้ปรับปรุงบูรณะและซ่อมแซมขึ้นใหม่
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก
ตั้งอยู่ที่ตำบลวังไม้ขอน หลังวัดสวรรคาราม (วัดกวาง)
อำเภอสวรรคโลก ห่างจากสุโขทัย 38 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ
2 กิโลเมตร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ชั้นบน
จัดแสดงประติมากรรมสมัยต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมบัติของพระสวรรควรนายก
และบางส่วนย้าย มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพระพุทธรูปในยุคสมัยต่างๆ ตั้งแต่ก่อนยุคสุโขทัย
จนถึงศิลปรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนบริเวณชั้นล่าง จัดแสดงเครื่องถ้วยสังคโลก
เพื่อประโยชน์ ในการศึกษาหาความรู้เรื่องเครื่องถ้วยสังคโลก
ซึ่งขุดค้นพบมากที่แหล่งโบราณคดี เครื่องถ้วยสังคโลก
บ้านเกาะน้อย อำเภอศรีสัชนาลัย รวมทั้งแสดงเครื่องถ้วยสมบัติใต้ทะเลที่งมได้
มาจากแหล่งเรือจมในอ่าวไทย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์
อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชม
ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท ในกรณีเข้าเป็นหมู่คณะ
และต้องการวิทยากรนำชม ติดต่อได้ที่พิพิธภัณฑ์สวรรควรนายก
จังหวัดสุโขทัย โทร. 055 641571
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
(เมืองเก่าสุโขทัย)
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดสุโขทัยตามทางหลวงแผ่นดินสายสุโขทัย-ตาก
ทางหลวงหมายเลข 12 ไปทางทิศตะวันตก 12 กิโลเมตร ถนนหลวงตัดผ่านกลางเมืองจากตะวันออกไปตะวันตก
เมื่อผ่าน เข้าเขตเมืองเก่าจะแลเห็นยอดพระเจดีย์แบบต่างๆ
อันสง่างามและวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ เปิดบริการ ตั้งแต่เวลา
8.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชมท่านละ 20 บาท กำแพงเมืองสุโขทัยตั้งอยู่ตำบลเมืองเก่า
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นกำแพงพูนดิน 3 ชั้น โดยการขุดเอาดินขึ้นมาถมเป็นกำแพง
และพื้นดิน ที่ขุดขึ้นยังเป็นคูน้ำไว้ใช้สอยและเป็นกำแพงน้ำขึ้นอีก
2 ชั้น กำแพงด้านทิศเหนือจดทิศใต้ยาว 2,000 เมตร ด้านทิศตะวันตกยาว
1,600 เมตร มีประตูเมือง 4 ประตู ด้านเหนือเรียกว่า
"ประตูศาลหลวง" ด้านใต้เรียกว่า "ประตูนะโม" ด้านทิศตะวันออกเรียกว่า
"ประตูกำแพงหัก" ด้านทิศตะวันตกเรียกว่า "ประตูอ้อ"
ภายนอกกำแพงเมืองในรัศมี 5 กิโลเมตร มีโบราณสถาน ประมาณ
70 แห่ง สร้างขึ้นไว้ในพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดย
กรมศิลปากร และได้รับการจัดตั้งให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ
UNESCO ในปี2537 การเดินทาง ไปอุทยานฯ จากตัวเมืองสุโขทัย
นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถประจำทางสายเมืองเก่า (รถสองแถว)
จอดรอบบริเวณท่ารถใกล้ป้อมยามตำรวจ ห่างจากสะพานข้ามแม่น้ำยมไปทางฝั่งตะวันตกราว
200 เมตร มีรถออกทุก 20 นาที ค่าโดยสารคนละ 5 บาท ตั้งแต่
06.00-18.00 น. ทุกวัน และจาก อุทยานฯ มีรถจอดที่บริเวณลานจอดรถ
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติรามคำแหง (เขาหลวง
จังหวัดสุโขทัย)
อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย เป็นอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์แห่งแรกของ
เมืองไทยที่น่าสนใจและน่าศึกษา เพราะเป็นการอนุรักษ์ป่าที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัย
กรุงสุโขทัยไว้พร้อมกับธรรมชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 341
ตารางกิโลเมตร หรือ 213,215 ไร่ ในสมัยก่อนเรียกป่านี้ว่า
"ป่าเขาหลวง" แต่เมื่อทางการเข้ามาดำเนินการสงวนพื้นที่แห่งนี้ไว้
เพื่อประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาตินั้นได้ตั้งชื่อเสียใหม่ว่า
"รามคำแหง" ซึ่งเป็นมงคลนาม เพราะมาจากพระนามของกษัตริย์อัจฉริยะของชาติไทย
คือ "พ่อขุนรามคำแหงมหาราช" ผู้ครอง กรุงสุโขทัย เพราะชื่อเดิมนั้น
(เขาหลวง) ซ้ำกับ "ป่าเขาหลวง" ซึ่งเป็นชื่ออุทยานแห่งชาต
ิเขาหลวงที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อุทยานฯ แห่งนี้ประกอบด้วยขุนเขาที่เด่นเป็นสง่าท้าทายนักปีนเขาทั้งหลาย
คือ ยอดเขาหลวง ซึ่งประกอบด้วยยอดเขาถึง 4 ยอดด้วยกัน
มีหน้าผาสูงชัน ทิวทัศน์สวยงามมาก เมื่อมองลงมา จากยอดเขาเหล่านี้
มีสัตว์ป่านานาชนิด มีน้ำตกที่สวยงามและถ้ำต่างๆ ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
จึงเหมาะสมแก่การไปพักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ด้วย
อุทยานแห่งชาติรามคำแหงได้รับการประกาศ เมื่อวันที่
27 ตุลาคม 2523 ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศของป่าเขาหลวงหรืออุทยานแห่งชาติรามคำแหงอยู่ในท้องที่ตำบลด่าน
ตำบลลานหอย อำเภอด่านลานหอย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย
ตำบลบ้านป้อม ตำบลคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย
จุดสูงสุดของเขาหลวงอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,200
เมตร
เขาหลวงนี้ประกอบด้วยยอดเขาถึง 4 ยอดด้วยกัน คือยอดเขานารายณ์
สูงจากระดับน้ำทะเล 1,160 เมตร ยอดเขาพระแม่ย่า สูงจากระดับน้ำทะเล
1,200 เมตร ยอดเขาภูกาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร
และยอดเขาพระเจดีย์สูงจากระดับน้ำทะเล 1,185 เมตร ดังนั้น
เมื่อมองจากยอดเขา เหล่านี้ลงไปจึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงาม
จะเห็นทำนบกั้นน้ำที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยที่เรียก
กันว่า "สรีดภงค์" และตัวจังหวัดสุโขทัยได้อย่างชัดเจน
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองเก่า อำเภอศรีสัชนาลัย
บนฝั่งขวาของแม่น้ำยม เดิมชื่อว่า "เมืองเชลียง" เปลี่ยนชื่อ
เป็น "ศรีสัชนาลัย" ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย
และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่ เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเชลียง
ในบริเวณ อุทยานประวัติศาสตร์มีโบราณสถาน และโบราณ วัตถุอยู่มากมาย
สำรวจค้นพบแล้ว 134 แห่ง ที่สำคัญๆ ก็ได้แก่
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดพระบรมธาตุเมืองเชลียง
หรือวัดพระปรางค์ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเก่าศรีสัชนาลัย
ลงไปทางด้านใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร สิ่งสำคัญภายในวัด
มีพระปรางค์องค์ใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง ฐานสี่เหลี่ยมจตุรัสกว้าง
22.50 เมตร ด้านหน้าพระปรางค์มีบันไดขึ้นไปสู่ซุ้มประตูเข้าองค์ปรางค์
ซึ่งมีพระปรางค์องค์เล็กตั้งอยู่กลางห้อง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
วัดเขาพนมเพลิง
ตั้งอยู่บนยอดเขาลูกเตี้ยๆ ของเมืองเก่าศรีสัชนาลัย
สิ่งที่สำคัญของวัดนี้อยู่ที่ตัวพระเจดีย์ศิลาแลง และวิหารใหญ่ด้านหน้า
ด้านหลังของเจดีย์มีมณฑปเล็กๆ หลังหนึ่งตั้งอยู่ ที่วิหารมีเสาศิลาแลงและ
พระพุทธรูปซึ่งตั้งเป็นประธานแต่ได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
พระประธานในวิหารประทับ หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ
นำมา ต่อกัน และตกแต่งพอกปูนภายนอกอีกทีหนึ่ง
วัดเขาสุวรรณคีรี
อยู่ทางทิศตะวันตก ห่างจากยอดเขาพนมเพลิง 200 เมตร และมีความสูงกว่ายอดเขาพนมเพลิง
เล็กน้อย เป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ที่มีรูปเป็นองค์ระฆังคว่ำใหญ่โตและสูงมาก
ฐานของเจดีย์ทำสูงขึ้น ไปถึง 5 ชั้น มีบันไดศิลาแลงเตี้ยๆ
สำหรับเดินขึ้นไปบริเวณฐานของเจดีย์ ที่ด้านหลังของเจดีย์ใหญ่
มีวิหารน้อยและเจดีย์ขนาดเล็กๆ และตรงกำแพงแก้วชั้นในทิศตะวันตกเฉียงใต้
มีรูปยักษ์ปูนปั้น ขนาดใหญ่ และรูปสิงห์ รูปปูนปั้นเหล่านี้ชำรุดและล้มอยู่กับพื้นดิน
ลักษณะของรูปยักษ์คล้ายรูปยักษ์ วัดช้างล้อมมาก สันนิษฐานว่า
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสร้างวัดนี้
วัดช้างล้อม
อยู่ในเขตตัวเมืองศรีสัชนาลัย เป็นวัดสำคัญของเมือง
มีเจดีย์ทรงลังกาองค์ใหญ่เป็นหลักของวัด ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ
จำนวน 39 เชือก และช้างที่อยู่ตาม มุมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ
ตกแต่งเป็นช้างทรงเครื่องตัวใหญ่สวยงามกว่าช้างเชือกอื่นๆ
โดยรอบเหนือฐาน เจดีย์จะมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยทุกซุ้ม
วัดเจดีย์เจ็ดแถว
วัดเจดีย์เจ็ดแถวนี้ นับว่ามีความสวยงามมากกว่าวัดอื่นในเมืองสุโขทัย
เพราะมีเจดีย์แบบต่างๆ กันมากมายเป็นศิลปะสุโขทัยแท้ก็มี
เป็นศิลปะแบบศรีวิชัยผสมสุโขทัยก็มี นอกจากนี้ภายในเจดีย์
บางองค์ยังมีภาพเขียนผนังอีกด้วย แต่ในปัจจุบันลบเลือนไปเกือบหมดแล้ว
วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่
อยู่ไม่ห่างจากวัดเจดีย์เจ็ดแถวนัก มีกำแพงศิลาแลงล้อมรอบ
สิ่งสำคัญของวัดนี้ก็คือ เจดีย์ทรงลังกา ที่ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส
ทำให้ดูแปลกตากว่าเจดีย์ทรงลังกาวัดอื่นๆ
วัดสวนแก้วอุทยานน้อย
หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า วัดสระแก้ว มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์เป็นหลักของวัด
ด้านหน้าของซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูป ทางด้านทิศตะวันตกมีสระน้ำอยู่สระหนึ่งทำให้สันนิษฐานว่าวัดนี้คือ
วัดแก้วราชประดิษฐานที่มีกล่าวถึงในพงศาวดารเหนือนั่นเอง
วัดนางพญา
เป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก ปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือ
ซึ่งเป็น วิหารขนาดเจ็ดห้อง ภายในวิหารตามเสาทุกด้านมีเทพนมและลวดลายต่างๆ
ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ของวัดก่อด้วยศิลาแลงสูงใหญ่
และมีสภาพสมบูรณ์รอบฐานเจดีย์ มีเสาโคมไฟโดยตลอด มีบันไดขึ้นไปบนเจดีย์
การเดินทาง
- การเดินทางไปยังอำเภอศรีสัชนาลัยจากตัวเมืองสุโขทัย
ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 (สุโขทัย-สวรรคโลก -ศรีสัชนาลัย)
ถึงบริเวณกิโลเมตร 64 เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานข้ามแม่น้ำยม
จะมีทางแยกขวาเข้าอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร ระยะทาง
68 กิโลเมตร หรือโดยสารรถประจำทาง สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย
ได้ทสถานีรถ ศูนย์ขนส่งรถ และ บริเวณตลาดเทศบาล
- นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางจากสวรรคโลกไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข
1201 ไปจนถึงตำบลเมืองเก่า บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำยมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ
อีก 2 กิโลเมตร รวมระยะทาง 22 กิโลเมตร
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท
ชาวต่างชาติ 40 บาท นักท่องเที่ยวที่ต้องการขอวิทยากรนำชม
หรือสอบถามรายละเอียด สามารถติดต่อได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย 055 64130 โทร. 055 679211
ศูนย์ศึกษาและอนุรักษ์เตาสังคโลก
(เตาทุเรียง)
ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะน้อย อยู่เหนือเมืองศรีสัชนาลัยไปอีกประมาณ
4 กิโลเมตร มีเตาเผาที่ขุดพบแล้ว กว่า 500 เตา ในบริเวณยาวประมาณ
1 กิโลเมตร ถือได้ว่าเป็นนิคมอุตสาหกรรมของเมืองศรีสัชนาลัย
มีการขุดพบเครื่องสังคโลกทั้งในสภาพสมบูรณ์และแตกหักเป็นจำนวนมาก
ลักษณะเตาเผาจะเป็น รูปยาวรีคล้ายประทุนเรือจ้างยาวประมาณ
7-8 เมตร
ศูนย์ศึกษาฯ ดังกล่าว ปัจจุบันมีอยู่ 2 อาคาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเตาที่ใช้เป็นที่ศึกษา
มีหมายเลขเตา ที่ใช้เรียกในการศึกษา คือ เตาที่ 42 และเตาที่
61 ภายในตัวอาคารจะมีการตั้งแสดงโบราณวัตถุ เอกสารทางวิชาการ
ตลอดจนวิวัฒนาการเครื่องถ้วยสมัยโบราณให้นักท่องเที่ยวชมอีกด้วย
โดยศูนย์ฯ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา
09.00-12.00 น. และเวลา 13.00-16.00 น. ค่าธรรมเนียมเข้าชม
คนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 20 บาท
การเดินทาง จากบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยไปทางทิศเหนือ
ทางประตูหม้อไปถึง บ้านเกาะน้อยราว 5 กิโลเมตร จะเห็นซากเตาเผาโบราณเรียงรายอยู่โดยทั่วไป
หรือจากตัวอำเภอ ศรีสัชนาลัย ใช้เส้นทางหลวงจังหวัดหมายเลข
1201 ลงมาที่บ้านเกาะน้อย ประมาณ 7 กิโลเมตร จะเห็นอาคารศูนย์ฯ
อยู่ทางซ้ายมือ
อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เดิมชื่อป่าคา เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียก
มีความหมายถึงป่าคาหลวง หรือสันกลางแม่วังช้าง มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าคาขนาดใหญ่
เป็นต้นน้ำของแม่น้ำท่าแพ ภายในบริเวณ อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่
น้ำตกตาดเดือน น้ำตกตาดดาว น้ำตกทรายขาว ถ้ำธาราสันต์
โป่งเดือด ถ้ำค้างคาว บริเวณอุทยานมีเนื้อที่ทั้งหมด
133,250 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2524
ติดต่อจองที่พัก หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
ตู้ ปณ. 10 ต. บ้านแก่ง อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย 64130
โทร. (055) 611179 ต่อ 163 หรือที่งานบริการบ้านพัก
กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 055 579-0529, 055
579-4842
การเดินทาง โดยรถยนต์จากจังหวัดสุโขทัย
ตามถนนสายสุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย (สายเก่า) จะเข้าสู่อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัยได้
2 ทางคือ สายเก่า จากอำเภอสวรรคโลกเลี้ยวซ้ายไปอำเภอ
ทุ่งเสลี่ยม ข้ามสะพานแม่น้ำยมไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร
เลี้ยวขวาไปตามทางสายใหม่ สวรรคโลก- ศรีสัชนาลัย ระยะทางประมาณ
20 กิโลเมตร ถึงบ้านเมืองเก่า เลี้ยวซ้ายลงทาง ลูกรังถึงบ้านสารจิตร
อีก 9 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อผ่านบ้านแก่ง บ้านปากคะยางและบ้านป่าคา
ถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร
และสายที่ 2 จากอำเภอศรีสัชนาลัยเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีสัชนาลัย
ข้ามสะพานแม่น้ำยม ผ่านหน้าโรงพยาบาลศรีสัชนาลัย เลี้ยวซ้ายไปตามทางสายใหม่
ศรีสัชนาลัย-สวรรคโลก ถึงบ้านหนองอ้อ เลี้ยวขวาลงทางลูกรังไปเชื่อมกับทางสายแรกที่บ้านสารจิตร
รวมระยะทางถึงอุทยานแห่งชาติฯ ประมาณ 45 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางชัดเจน
สภาพเส้นทางจะเป็นทางราดยาง ขนาดสองทางวิ่ง ก่อนจะเข้าอุทยานฯ
จะต้องผ่านห้วยซึ่งมีสะพานข้ามอยู่แล้ว
สำหรับการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง จะมีรถออกจากอำเภอศรีสัชนาลัยเป็นรถสองแถว
ขนาดใหญ่ จอดที่ตรงข้ามสถานีตำรวจภูธร อำเภอศรีสัชนาลัย
มีป้ายเขียนนอกรถว่า "บ้านโป" จำนวน 1 คัน และมี "แม่เรืองทรัพย์"
อีก 1 คัน ซึ่งรถทั้ง 2 คันจะออกเวลา 11.00 น. ค่าโดยสารถึงอุทยานฯ
คนละ 30 บาท
ในกรณีที่เดินทางเป็นหมู่คณะ อาจจ้างเหมาจากท่ารถดังกล่าวเข้าไปอุทยานฯ
ได้
- งานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ในวันที่ 17 มกราคมของทุกปี ทางจังหวัดได้จัดให้มีงานวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ณ บริเวณ อนุสาวรีย์ของพระองค์ท่านเพื่อเป็นการรำลึกและเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ขจรขจายไปทั่วใน
งานดังกล่าว จะมีการทำบุญตักบาตรและพิธีทางศาสนา ขบวนสักการะพ่อขุน
การบวงสรวง การเล่นพลุ ตลอดจนนาฏศิลป์และมโหรสพต่างๆ
ทั้งกลางวันและกลางคืน
- งานประเพณีงานบวชพระที่อำเภอศรีสัชนาลัย
หรือชาวบ้านเรียกว่า "บวชช้าง"
เป็นงานประเพณีอุปสมบทของชาวบ้านหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย
กำหนดการจัดงานวันที่ 7-8 เมษายน ของทุกปี ลักษณะเป็นการอุปสมบทหมู่
แห่ด้วยช้างเป็นขบวน ประมาณ 20-30 เชือก มีการตกแต่งนาคและช้างอย่างสวยสดงดงาม
มีการประกวดกันระหว่างเจ้าภาพ ที่ทำกันมาเป็นประจำทุกปี
งานประเพณีสรงน้ำโอยทาน
จัดขึ้นในวันสงกรานต์ของทุกปี ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
เป็นการสืบทอดงานประเพณี เก่าแก่ของสุโขทัย ดังหลักฐานที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ที่ว่า "คนสุโขทัยนี้มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน" งานประกอบไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจ
อาทิ กิจกรรมทาง ศาสนา การประกวดผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน การแสดงนาฏศิลป์
และละครประกอบแสงเสียง การเล่นไฟ ขบวนแห่สงกรานต์ ฯลฯ
งานประเพณเผาเทียนเล่นไฟ
งานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟเป็นงานประเพณีที่จังหวัดจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี
ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์
ลักษณะของงานประกอบด้วยการลอยกระทงจุดประทีปโคมไฟ
จุดตะไลไฟพะเนียง การละเล่นพื้นบ้าน ขบวนแห่ต่างๆ และระบำโบราณคดีชุดสุโขทัย
แสดงออกถึง วิถีชีวิตของชาวสุโขทัยตามศิลาจารึก ในบรรยากาศและ
สิ่งแวดล้อมของโบราณสถานในบริเวณ เมืองเก่าสุโขทัย นอกจากนี้ยังมีการแสดงแสงเสียง
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของอาณาจักร สุโขทัย
งานวันพิชิตยอดเขาหลวง
เป็นงานประจำปีที่จังหวัดสุโขทัยจัดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป
ได้เดินทางขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ในอุทยานแห่งชาติรามคำแหง
อ. คีรีมาศ โดยจัดประมาณ เสาร์-อาทิตย์ที่สองของเดือนธันวาคม
งานนี้คนที่เข้าร่วมงาน ต้องไปเตรียมร่างกายให้ดีนะครับ
เพระจะเหนื่อยมาก
|
| |
|